แม้ Social Distance จะมีข้อดีมากกว่าข้อเสียและช่วยทุเลาปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นได้ แต่วิธีนี้อาจทำให้สถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่แล้วย่ำแย่ลงไปอีก เพราะคนส่วนใหญ่ต้องกักเก็บตัวอยู่ที่บ้านและไม่ได้ออกไปสังสรรค์คลายเครียดที่ไหนเลย ช่วงเวลาเก็บตัวอยู่บ้านอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ไม่ใช่แค่คุณที่รู้สึกเหงาหงอย เปล่าเปลี่ยว และโดดเดี่ยว แต่สาว ๆ ชาวญี่ปุ่นก็รู้สึกเช่นกัน และพวกเธอเริ่มเบื่อหน่ายกับการอยู่ในบ้านมาตลอดสามอาทิตย์ติด พวกเธอจึงนัดรวมตัวกันผ่านแอปพลิเคชัน Zoom และเปิดห้องเป็นสาธารณะให้คนอื่น ๆ ได้เข้ามาสนุกร่วมกัน ทั้งพูดคุยปรับทุกข์เพื่อคลายความเบื่อหน่าย หรือนั่งจิบเบียร์และไวน์คลายเครียดระหว่างสนทนา ซึ่งพฤติกรรมของสาว ๆ กลุ่มนี้เป็นจุดเริ่มต้นของคำศัพท์ใหม่ ‘On-nomi’ ข่าวในหนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบุน (Asahi Shimbun) รายงานว่า กลุ่มสาว ๆ ชาวญี่ปุ่นที่นัดรวมตัวกันบนโลกออนไลน์เริ่มใช้คำศัพท์ オン飲み หรือ On-nomi (อน-โนมิ) นิยามถึงพฤติกรรมของพวกเธอที่นัดเจอกันผ่านแอปพลิเคชัน Zoom ตั้งแต่สิบคนขึ้นไป คำนี้จึงกลายเป็นศัพท์ใหม่ที่หมายถึงการดื่มสังสรรค์ทางออนไลน์ หรือ Online Drinking ในภาษาอังกฤษ จะนัดเจอเพื่อนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือจอสมาร์ตโฟนก็ได้ พูดคุยคลายเครียดแก้เบื่อ หรือหาเบียร์และไวน์สักแก้วมานั่งดื่มหน้ากล้องก็ยังได้ แทบไม่ต่างอะไรจากการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราทำกันอยู่เลย การรวมกลุ่มกันในวิดีโอแชตของคนญี่ปุ่นไม่ได้จำกัดว่าจะต้องคุยผ่านแอปพลิเคชันไหนเป็นพิเศษ อาจเป็น Facetime, Zoom, Google Hangout,
เห็นหัวข้อแบบนี้ คนที่ไม่ได้ออกกำลังกายหรือจริงจังกับการออกกำลังกายมากนักคงจะงงว่า “แค่กินหรือไม่กินก่อนออกกำลังกายมันจะอะไรนักหนา” แต่เราบอกเลยว่าถ้าใครได้ลองเข้ายิมจริงจังหรือออกกำลังกายสม่ำเสมอ คำถามนี้คือคำถามแรก ๆ ที่พวกเขาสงสัยกัน เหตุผลง่าย ๆ คือ หลายคนกลัวว่าถ้าไม่กินก็กลัวว่าจะออกกำลังกายได้ไม่นาน ไม่อึด ไม่มีแรง หรือตอนกินข้าวตามหลังออกกำลังกายเสร็จอาจจะโหมหนักกว่าจนน้ำหนักพุ่งพรวด ไอ้ที่พยายามรักษามาออกแรงแทบตายอาจจะไม่มีผล ขณะที่ฝั่งที่กิน ก็กังวลว่ามันจะจุกไหม หรือต้องกินอะไรดีถึงจะเหมาะสม และเพราะเรื่องนี้ “เรื่องกินกับออกกำลังกาย” จึงยังเป็นคำถามระดับชาติของคนออกกำลังกายที่ UNLOCKMEN ไปหาข้อมูลมาไขปริศนาจากผลวิจัย งานวิจัยระดับยีน ผู้ทดลองระดับน้ำหนักเกิน ผลการศึกษาใหม่ของนักวิทยาศาสตร์สุขภาพจาก the Universities of Bath and Birmingham ที่ตีพิมพ์ในวารสาร the Journal of Clinical Endocrinology and Metabolism เป็นงานวิจัยที่ประเมินผลผลกระทบเฉียบพลันและถาวรด้านการใช้ไขมันและกล้ามเนื้อของร่างกายเมื่อออกกำลังกายและการเผาผลาญของกลูโคสช่วงกลางวัน เปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังรับสารอาหาร โดยวัดจากปฏิกิริยาของยีนในเนื้อเยื่อไขมันที่ตอบสนองต่อการออกกำลังกาย 30 คนกับ 6 สัปดาห์แห่งการพิสูจน์ความจริง รูปแบบการวิจัย เริ่มด้วยการนำผู้ชายทั้งหมดที่มีโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน 30 คน มาแบ่งกลุ่มเป็น 3 กลุ่มเพื่อทำกิจกรรมที่แตกต่างกัน จากนั้นเปรียบเทียบผลการทดลองและสรุปผล